สสส.- สคล. ปั้น 30 ต้นแบบ“ชุมชนเปี่ยมสุข”
สสส.- สคล. ปั้น 30 ต้นแบบ“ชุมชนเปี่ยมสุข” เปลี่ยนวิถีชีวิตและพฤติกรรมคนในชุมชน
จากงดเหล้า สู่การฟื้นฟูสุขภาวะครบ 8 มิติ สร้างสุขภาพดี มีเงินออม ครอบครัวอบอุ่น

จากจุดเริ่มต้นของการรณรงค์ ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ “โครงการชุมชนเปี่ยมสุข ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ” ภายใต้มูลนิธิวิถีสุขและสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ได้พัฒนาเป็นโมเดลการทำงานที่มุ่ง “เปลี่ยนวิถีชีวิตและพฤติกรรม” ของคนในชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการดูแลสุขภาวะ ผ่านแนวคิด “คุณภาพชีวิตเปี่ยมสุข 8 มิติ” ที่ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย ใจ การเงิน การงาน ความสัมพันธ์ สังคม ปัญญา และจิตวิญญาณเพื่อให้การเลิกเหล้าไม่ใช่เพียงการหยุดพฤติกรรมเสี่ยง แต่คือการ "ฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต" (Life-Transformation)โดยเป็นการสร้างชีวิตใหม่ที่มีคุณค่าและยั่งยืน
น.ส.พิมพ์มณี เมฆพายัพ ผู้จัดการโครงการชุมชนเปี่ยมสุข ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ภายใต้มูลนิธิวิถีสุข กล่าวว่า การดำเนินงานของโครงการฯ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2566 โดยมุ่งทำงานเชิงลึกกับครอบครัวและชุมชน จำนวนกว่า 88 ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้คนที่ต้องการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ สามารถปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มต้นทางโครงการฯ ชูแนวคิดเรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจ ภายใต้โปรแกรม เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต และโอกาส 3 เดือนเข้าพรรษา: ฤดูกาลสุขปลอดเหล้าในการขับเคลื่อน

“หัวใจสำคัญของโครงการชุมชนเปี่ยมสุข ไม่ใช่แค่การหยุดดื่ม-สูบและเสพแต่คือการสร้างคุณภาพชีวิตใหม่ในระดับบุคคลและครอบครัวเพราะสาเหตุของการดื่มในหลาย ๆ คนส่วนใหญ่ มาจากความเครียดจากการใช้ชีวิต จากปัญหาด้านการเงิน-หนี้สิน ด้านสุขภาพรวมทั้งด้านความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือในที่ทำงาน การแก้ปัญหาเรื่องพฤติกรรมพึ่งพิงสิ่งเสพติด จึงต้องแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตทั้งระบบ หากไม่แก้ทั้งระบบ ก็มีโอกาสกลับไปดื่มซ้ำได้อีก ก่อนอื่นต้องชวนเขาให้มีเป้าหมายในชีวิตว่าจะเลิกพฤติกรรมเสพติดนี้เพื่ออะไรจากนั้นชวนเขาประเมินคุณภาพชีวิตแต่ละด้าน ทั้ง 8 ด้าน และวางเป้าหมายราย 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี เป็นต้นเพื่อให้ทีมชมรมคนหัวใจเพชร วางแผนติดตามช่วยเชียร์และสนับสนุนเป้าหมายคุณภาพชีวิตเปี่ยมสุขให้เขาต่อไป ”น.ส.พิมพ์มณี กล่าว
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ“ชุมชนเปี่ยมสุข”คือแนวคิด “คุณภาพชีวิตเปี่ยมสุข 8 มิติ” ที่ใช้เป็นวงล้อวัดคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ประกอบด้วย มิติด้านกาย ใจ การงาน การเงิน ความสัมพันธ์ สังคม ปัญญา และจิตวิญญาณ เพื่อให้เขามองเห็นเป้าหมายชีวิตของตัวเองอย่างชัดเจน และค่อย ๆ พัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกด้านไปพร้อมกัน

นอกจากการดูแลสุขภาวะด้านจิตใจและความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว โครงการฯ ยังนำแนวคิด “อาหารเป็นยา”โดยพัฒนามาเป็นโปรแกรมดูแลสุขภาพและฟื้นฟูร่างกายสำหรับผู้ที่ต้องการงดดื่มแอลกอฮอล์“โซบริงค์”(Sobrink) “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต” ที่เน้นการดูแลสุขภาพตับและลำไส้ ผ่านการใช้สมุนไพรพื้นบ้านอย่างขิงและขมิ้น รวมถึงการปรับพฤติกรรมการกิน การนอน และการใช้ชีวิตตามหลัก “นาฬิกาชีวิต”
ภายใต้โปรแกรมดูแลสุขภาพเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายจิตใจลดความเครียด และสร้างสมดุลให้กับร่างกาย โดยมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนมากเริ่มเห็นผลลัพธ์จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น นอนหลับดีขึ้น มีพลังในการทำงานมากขึ้น ลดอาการอ่อนเพลีย และลดความอยากดื่มสุราได้อย่างต่อเนื่อง
“เราไม่ได้ใช้การบังคับ แต่ใช้การทำให้ร่างกายกลับมารู้สึกดี เมื่อสุขภาพดีขึ้น คนก็เริ่มอยากดูแลตัวเองต่อ และค่อย ๆ ลดการพึ่งพาแอลกอฮอล์ลงเองตามธรรมชาติ” น.ส.พิมพ์มณี กล่าว
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่โครงการฯ ให้ความสำคัญคือ “สุขภาพการเงิน”โดยนำแนวคิดการออมแบบ “6 โถ” มาใช้เป็นเครื่องมือสร้างวินัยทางการเงิน ช่วยให้ชาวบ้านมองเห็นเป้าหมายชีวิตและจัดสรรรายได้อย่างเป็นระบบ ทั้ง 6 โถ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายประจำวัน การออมระยะยาว การลงทุน การศึกษา การให้รางวัลตัวเอง และการแบ่งปันเพื่อสังคม

อย่างไรก็ตาม จากการทำงานในพื้นที่พบว่า ชาวบ้านบางส่วนมองว่าแนวคิด 6 โถยังซับซ้อนเกินไป ปัจจุบันทางโครงการฯจึงพัฒนาเครื่องมือใหม่ให้เหลือเพียง “3 โถ” จึงเป็น“โถเงินเปี่ยมสุข”ที่เหมาะกับวิถีชีวิตชุมชน ได้แก่ โถใช้หนี้ โถค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เช่น ค่าเทอมลูกหรือค่าประกัน และโถค่าใช้จ่ายประจำวัน เพื่อให้ชาวบ้านเริ่มต้นออมได้ง่ายขึ้นและปฏิบัติได้จริง
“เราไม่ได้เน้นตัวเลข แต่เน้นให้คนในชุมชนเห็นว่า เงินที่เคยหมดไปกับเหล้าและบุหรี่ สามารถเปลี่ยนมาเป็นเงินออม เป็นค่าเทอมลูก หรือใช้ปลดหนี้ได้จริง เมื่อเขาเห็นผลลัพธ์กับชีวิตตัวเอง เขาจะเกิดกำลังใจในการเปลี่ยนแปลงซึ่งบางคนเมื่อเปลี่ยนค่าเหล้ามาเป็นเงินออมแทน ในแต่ละเดือนตัวเลขเงินออมเป็นหลักหมื่นทีเดียว หากสุขภาพการเงินดี ไม่มีหนี้สิน ก็จะไม่เครียด สุขภาพด้านอื่นๆ ก็จะดีตามไปด้วย” น.ส.พิมพ์มณี กล่าว

ด้าน นางปทุมรัตน์ เกตุเล็ก (พี่ปุ๊ย)ผู้ประสานงานสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ขับเคลื่อนงานในพื้นที่ อบต.บ้านหอย และ รพ.สต.บ้านเกาะแดง ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า ความสำเร็จของชุมชนเปี่ยมสุขเกิดจากการทำงานร่วมกันของภาคีในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่ม “พลังหญิง” และ “ชมรมคนหัวใจเพชร” ที่เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการทำงานแบบ “ชวน ช่วย เชียร์”
“กลุ่มพลังหญิงจะลงไปเยี่ยมบ้าน ให้คำปรึกษาครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการดื่ม ส่วนคนหัวใจเพชรคือคนที่เลิกเหล้าได้สำเร็จ เขาจะกลายเป็นต้นแบบและพี่เลี้ยงให้กับคนอื่นในชุมชน ทำให้คนเห็นว่า การเลิกเหล้าทำได้จริง” พี่ปุ๊ย กล่าว พร้อมระบุว่า การทำงานที่ผ่านมาไม่ได้ใช้เพียงมาตรการทางสังคมหรือกฎหมาย แต่เน้นสร้างแรงจูงใจผ่าน “อาหารเป็นยา” และกิจกรรมสร้างสุขในชุมชน เช่น ข้าวต้ม 3 สี การทำชาขิงขมิ้น หรือ เมี่ยงคำหลากสี 9 รสชาติปรับ 4 ธาตุ ไปแจกให้คนในพื้นที่ได้ลองชิม จนเกิดความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางโครงการฯ จัดมากขึ้นเรื่อยๆ

ผลจากการทำงานอย่างต่อเนื่องและผลลัพธ์ในเชิงประจักษ์กับคนในชุมชนทำให้แนวคิดชุมชนเปี่ยมสุขถูกบรรจุเข้าสู่แผนงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.บ้านหอย) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในระยะยาวโดยปัจจุบันมีเป้าหมายขยายผลให้เกิดพื้นที่ต้นแบบระดับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อย่างน้อย 3 พื้นที่ในจังหวัดปราจีนบุรี ประกอบด้วย อบต.บ้านหอย อบต.ท่างาม และ อบต.ศรีมหาโพธิ
“สิ่งสำคัญคือการทำให้ชุมชนเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง เมื่อคนในพื้นที่ลุกขึ้นมาช่วยกันเอง ทั้ง อสม. กลุ่มพลังหญิง คนหัวใจเพชร หรือครอบครัว ความยั่งยืนก็จะเกิดขึ้นได้จริง” พี่ปุ๊ยกล่าว
ด้าน น.ส.พิมพ์มณี กล่าวเสริมว่า ในระยะ 5 ปีแรก โครงการชุมชนเปี่ยมสุขฯ ตั้งเป้าพัฒนาชุมชนเปี่ยมสุขต้นแบบ จำนวน 30 ชุมชน จาก 88 ชุมชนทั่วประเทศ ให้เป็นชุมชนต้นแบบที่สามารถดูแลสุขภาวะของคนในพื้นที่ได้อย่างครบวงจรพร้อมสร้างแกนนำที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อได้ด้วยตนเอง รวมถึงต่อยอดสู่การสร้างรายได้และวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)ในอนาคต

“เราตั้งเป้าถึงการสร้างรายได้จากการนำงานรณรงค์สุขภาพมาเปลี่ยนเป็นสินค้าและบริการ เช่น การรับจัดเบรกสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรชุมชน และ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เป็นต้น และท้ายที่สุดแล้ว เราอยากเห็นชุมชนที่ไม่ได้แค่ปลอดเหล้า แต่เป็นชุมชนที่คนมีสุขภาพดี มีเงินออม ครอบครัวอบอุ่น และช่วยเหลือกันได้ด้วยตัวเอง เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่เปี่ยมสุขอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในชุมชน”













