สุนันทา เปิดแผนดันส่งออกปี 69 ลุย 700 กิจกรรม ตั้งเป้าทำเงิน 1.42 แสนล้าน
สุนันทา เปิดแผนดันส่งออกปี 69 ลุย 700 กิจกรรม ตั้งเป้าทำเงิน 1.42 แสนล้าน
สุนันทา เปิดแผนผลักดันส่งออกปี 69 เตรียมลุยจัด 700 กิจกรรม ตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 142,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการได้ประโยชน์ 294,500 ราย ชูกิจกรรมพิเศษ มอบรางวัลไทยแลนด์ เบสต์ แฟรนด์ ให้ผู้นำเข้า จัด Special Task Force บุกเจาะ 6 ประเทศ ดันส่งออกแบบเจาะลึก เน้นสหรัฐฯ ยุโรป ยกระดับร้าน TOPTHAI เพิ่มโอกาสขายออนไลน์ จัดงาน DITP Expo 2026 เผยยังได้เพิ่มภารกิจใหม่ ช่วยหาวัตถุดิบ ส่งเสริมออกไปลงทุนต่างประเทศ รับบาทแข็ง กระทบส่งออก
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนการขับเคลื่อนการส่งออกในปี 2569 ว่า กรมมีแผนดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการค้าประมาณ 700 โครงการ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 142,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 294,500 ราย ครอบคลุมกิจกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ งานแสดงสินค้านานาชาติ การจับคู่เจรจาธุรกิจ การส่งเสริมการค้าออนไลน์ผ่าน thaitrade.com การพัฒนาแฟรนไชส์ไทยสู่สากล การจัดคณะผู้แทนการค้า และการส่งเสริมการขายผ่านห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดในหลายภูมิภาคทั่วโลก
ทั้งนี้ กรมจะเพิ่มกิจกรรมพิเศษ เป็นการขับเคลื่อนการส่งออกเชิงรุกและมุ่งเป้าอีกหลายกิจกรรม อาทิ โครงการไทยแลนด์ เบสต์ แฟรนด์ หรือมิตรแท้การค้าไทย โดยจะเชิญผู้นำเข้ารายสำคัญจากทั่วโลกประมาณ 20 ราย เข้ามารับรางวัลจากนายกรัฐมนตรีในเดือน มี.ค.2569 เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่เป็นแฟนคลับสินค้าไทย มีการอุดหนุนสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าโครงการ Special Task Force (STF) เพื่อบุกตลาดใหม่ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย เวียดนาม แอฟริกา และลาตินอเมริกา ตั้งเป้าส่งเสริมผู้ประกอบการ 175 ราย และสร้างมูลค่าการค้า 700 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานระยะแรกใน 4 ประเทศ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 106 ราย คาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 477.52 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังตลาดแอฟริกาและลาตินอเมริกาในช่วงต้นปี 2569
นอกจากนี้ มีแผนผลักดันการส่งออกแบบเจาะลึก โดยสหรัฐฯ จะผลักดันให้สินค้าไทยเข้าไปแทนสินค้าของคู่แข่ง ซึ่งได้จัดเจรจากับผู้นำเข้ารายใหญ่สหรัฐฯ ไปแล้ว เมื่อเดือน ธ.ค.2568 และจะกำลังเชิญบริษัท Otis McAllister, Inc เยือนไทยในลักษณะ Exclusive Incoming Trade Mission ระหว่าง 24–28 ก.พ.2569 ยุโรปมีแผนคุยกับบริษัท Lidl & Kaufland Asia Pte. Limited บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของยุโรป ที่มีสาขาในหลายประเทศ และเสนอจัดบิสสิเนส แมชชิ่ง กับผู้ส่งออกไทย เน้นสับปะรด น้ำมะพร้าว อาหารสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงสินค้าประเภทอื่นๆ และหารือกับบริษัท Mitsui ญี่ปุ่น เพื่อวางแนวทางความร่วมมือทางการค้าในอนาคต โดยเฉพาะการนำสินค้าไทยไปจำหน่าย
น.ส.สุนันทา กล่าวว่า กรมยังมีแผนยกระดับร้าน TOPTHAI ที่เปิดจำหน่ายอยู่บนแพลตฟอร์ออนไลน์ 8 แพลตฟอร์มใน 10 ประเทศ ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เช่น ยุโรป และมีรายการสินค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เน้นอาหาร เครื่องดื่ม เช่น แฟชัน ไลฟ์สไตล์ในตลาดสหรัฐฯ การยกระดับแพลตฟอร์ม thaitrade.com ร่วมกับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมมือในการส่งสินค้า
ส่วนงานสำคัญอีกงาน คือ การจัดงาน DITP Expo 2026 เนื่องในโอกาสครบรอบ 74 ปี ของกรม โดยจะนำสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการส่งออก มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ที่อยากจะส่งออก และยังมีเครื่องมือต่างๆ ของกรม ที่ช่วยในเรื่องการส่งออก มาแสดงให้ผู้ประกอบการได้รับรู้และเข้ามาใช้บริการด้วย รวมทั้งจะมีการจัดกิจกรรมบันเทิงและการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ มวย ซีรีส์ ลิเก หมอลำ และการพบปะดารา ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กำหนดจัดวันที่ 11-13 มี.ค.2569 ที่กระทรวงพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกรมได้เพิ่มภารกิจใหม่ คือ การช่วยเหลือผู้ประกอบการในการจัดหาวัตถุดิบจากต่างประเทศ และการช่วยผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลทั้งแหล่งวัตถุดิบ โอกาสในการลงทุนแล้ว ซึ่งจะทำให้กรมมีบทบาทครบ ทั้งการส่งเสริมและผลักดันการส่งออก การหาแหล่งวัตถุดิบ และการช่วยผู้ประกอบการออกไปลงทุน
สำหรับ ปัญหาที่จะกระทบต่อการส่งออกในปี 2569 ยังคงเป็นเรื่องเงินบาทแข็งค่า ซึ่งกรมอยากให้อ่อนค่าและมีเสถียรภาพมากกว่านี้ เพราะปีก่อนอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แพงกว่าคู่แข่ง 8-11% ปีนี้ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีก แม้ว่าสินค้าไทยจะมีคุณภาพ มาตรฐาน แต่ถ้าแพงเกินไป ก็อาจจะขายได้ลำบาก ซึ่งกรมพยายามที่จะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ และหาทางช่วยหาตลาดให้ โดยค่าเงินที่ผู้ส่งออกต้องการจริงๆ คือ ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ













