หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
DBSบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
 
“กังวลสงครามการค้า สหรัฐแบนเพิ่มอีก 5 บริษัทจีน”
• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : --
ภาวะตลาดและปัจจัย : SET วานนี้ +16.42 จุด ปิดที่ 1626.91 จุด มูลค่าการซื้อขายปานกลางที่ 50.9 พันล้านบาท ดัชนีฯฟื้นตัว รับข่าวสหรัฐเลื่อนแบนหัวเว่ยไป90 วัน ทำให้สถานการณ์ผ่อนคลายลงบ้าง ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านเช้านี้ส่วนใหญ่กลับมารีบาวด์ ดัชนีความกังวลลดลงมาเป็น 14.95 จุด นักลงทุนกล้าเข้าลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ผู้ซื้อสุทธิคือ ต่างประเทศ 2.3 พันล้านบาท สถาบัน 1.0 พันล้านบาท ผู้ขายสุทธิคือ รายย่อย 2.3 พันล้านบาท และพอร์ตโบรกเกอร์ 1.0พันล้านบาท ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันต่างชาติเป็นขายสุทธิลดลงเป็น 22.5 พันล้านบาท ด้านแนวโน้มตลาดและกลยุทธ์วันนี้คือ
# ระยะสั้นคาด SET มีโอกาสที่จะปรับลง รับข่าวสหรัฐแบนบริษัทจีนเพิ่มอีก 5 บริษัท ทำให้กังวลสงครามการค้าจะยิ่งลุกลามมากขึ้น ราคาน้ำมันดิบปรับลง รับข่าวมีสต็อกมาก นักลงทุนหันไปลงทุนทองคำมากกว่าสินทรัพย์เสี่ยง ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านเช้านี้ปรับลงถ้วนหน้า ดาวโจนส์ล่วงหน้าก็ปรับลง รวมทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ลดลงเป็น 2.3812% แสดงว่าซื้อพันธบัตรที่ปลอดภัยกันมากขึ้น
# มีข่าวลบในกลุ่มพลังงาน เรื่องทำช็อตหุ้นในกลุ่ม PTT กันมาก และเครดิต สวิสปรับลดราคาพื้นฐานกลุ่ม PTT ลงมาก เช่น PTTGC, IRPC และ TOP ปัจจัยการเมืองไทยยังเป็นลบ จัดตั้งรัฐบาลยังไม่สำเร็จ แม้ใกล้วันเปิดสภาปลายเดือนนี้แล้ว ส่วนรายงานเฟดยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย
# กลยุทธ์ คือ เก็งกำไรเน้นหุ้นทำธุรกิจในประเทศ (Domestic Play) มากกว่าส่งออก รอบสั้น หากมีแรงขายวันนี้ แนวรับเป็น 1600,1580 จุด แนวต้านเป็น 1630-1640 จุด ต่ำกว่า 1615 เป็นจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ภาพตลาดลบจากสงครามการค้าสร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกและไทย
# Stock Pick Today : CPN ล่าสุดซื้อหุ้น 50% ในเบย์วอเตอร์ รวมทั้งหนี้สิน จาก BTS ที่มูลค่า 7.7 พันล้านบาท ดังนั้น CPN จึงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในเบย์วอเตอร์ ทั้งนี้เบย์วอเตอร์เป็นเจ้าของที่ดินที่ทำเลมีศักยภาพจำนวน 48 ไร่ (18.9 เอเคอร์) ที่ถนนพหลโยธิน ใกล้เซ็นทรัลลาดพร้าวซึ่งมีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก บริเวณห้าแยกลาดพร้าว และรถไฟฟ้าส่วนขยายสีเขียวเหนือ ซึ่งจะเปิดให้บริการได้ปลายปีนี้ คาดว่า CPN จะมีแผนธุรกิจสำหรับที่ดินใหม่อย่างชัดเจนขึ้นตามมา คงคำแนะนำ ซื้อด้วยราคาพื้นฐานที่ 80.00 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งจากการเป็นผู้นำศูนย์การค้าของไทย มีศูนย์การค้าที่ประสบความสำเร็จถึง 33แห่งที่ให้รายได้ค่าเช่าสม่ำเสมอ มีแผนธุรกิจชัดเจน ทีมผู้บริหารมีความสามารถสูง แนวโน้มการเติบโตกำไรที่สม่ำเสมอ และงบดุลแข็งแกร่ง
 
การวิเคราะห์ทางเทคนิค : ระยะสั้น สัญญาณ Candlestick & Indicators เป็นบวกเล็กๆ {“ปิดบวกแรง” แต่ก็ยังอยู่ใต้“SMA10วัน” (และถูกกดดันจาก“โครงสร้างขาลง – ระยะกลาง”)} ชี้ความน่าจะเป็นของตลาดฯวันนี้“แกว่ง”แบบให้น้ำหนักกับการลง แต่“ค่าบวก” (แรงหนุนของ“สภาวะOversold”ในกราฟรายวัน) จะช่วยให้มีรีบาวด์ฯสั้นๆก่อน(แล้วจึงลงต่ำ,ตามมา)ได้ แนวต้าน 1630 (หรือ 1640) จุด {แนวตัดขาดทุน “ต่ำกว่า 1615” จุด (แนวรับย่อย1600 / 1590 – 1580”)}
 
สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะทำ New High ที่เข้ามาใหม่คือ TCAP,TASCO,SPALI,BGRIM,GFPT,CPALL,MINT หุ้นที่ยังอยู่ใน List คือ BBL,KTB,PTTEP หุ้นที่หลุด ListRPH,INTUCH,OSP หุ้นที่อยู่ในพื้นที่หาจังหวะ Take Profit คือ CK,BDMS 
Thailand Research Team : reseach-th.dbs.com
 
Inside Story
Key Drivers TODAY : ปัจจัยต่างประเทศ / ปัจจัยในประเทศ
Economic Focus : ไทย : ส่งออกเม.ย.ติดลบต่อเนื่อง
Company Guide : SC (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 3.45)
Flash Note : TLGF (ถือ -ราคาพื้นฐาน 18.00)
 
Key Drivers TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ
- สหรัฐ: ทรัมป์กำลังพิจารณาขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนอีก 5 ราย ต่อจาก Huawei
# มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงสร้างแรงกดดันต่อตลาด โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาที่จะขึ้นบัญชีดำบริษัทจำหน่ายกล้องวงจรปิดรายใหญ่ 5 รายของจีน ซึ่งรวมถึงบริษัท Hikvision Digital Technology และ บริษัท Dahua Technology ด้วยข้อหากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้บริษัทเหล่านี้ถูกตัดขาดจากการเข้าถึงตลาดและซัพพลายเออร์ของสหรัฐ นอกจากนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังมีความคล้ายคลึงกับที่สหรัฐได้ปฏิบัติกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ เมื่อไม่นานมานี้
# รายงานระบุว่า บริษัท Hikvision Digital Technology และบริษัท Dahua Technology ถูกกล่าวหาจากกลุ่มปกป้องสิทธิมนุษยชนว่ามีส่วนร่วมกับรัฐบาลจีนในการปราบปรามชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นกลุ่มชาวมุสลิมในมณฑลซินเจียง ทางตะวันตกของจีน
 
+ สหรัฐ: รายงานประชุมเฟด ยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
# รายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 30 เม.ย. - 1 พ.ค. ซึ่งระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดยังคงเน้นย้ำถึงการ "ใช้ความอดทน" ในการดำเนินนโยบายการเงิน พร้อมระบุว่า เฟดไม่มีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้นี้
 
- สหรัฐ : จำนวนผู้ขอสินเชื่อจำนอง สัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้น
# สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองเพิ่มขึ้น 2.4% ในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวลง
 
•/- จีน: ติดตามการตอบโต้สหรัฐจากจีน
# นักลงทุนยังคงจับตาท่าทีของจีนอย่างใกล้ชิด หลังจากที่สหรัฐประกาศแบนบริษัทหัวเว่ย ขณะที่มีข่าวว่าจีนมีแร่หายาก(Rare Material) ที่ต้องใช้ในอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ จึงอาจใช้เป็นข้อต่อรองกับสหรัฐได้
 
- ภาวะตลาดหุ้นสหรัฐ : ดาวโจนส์ปรับตัวลง กลับมาวิตกสงครามการค้าลุกลาม
# ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,776.61 จุด ลดลง 100.72 จุด หรือ -0.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่2,856.27 จุด ลดลง 8.09 จุด หรือ -0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,750.84 จุด ลดลง 34.88 จุด หรือ -0.45%
# ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (22 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจลุกลามเป็นวงกว้าง หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมขึ้นบัญชีดำบริษัทจำหน่ายกล้องวงจรปิดรายใหญ่ 5 รายของจีน ในข้อหากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยความกังวลในเรื่องดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้
 
- ภาวะตลาดน้ำมัน : ปรับลง วิตกสต็อกน้ำมันออกมาสูง
# สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 1.71 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 61.42 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. ดิ่งลง 1.19 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 70.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (22 พ.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลที่ว่า ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันในตลาดโลก
 
- ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก : ปิดปรับขึ้น เหตุดอลล์อ่อน และกลับมาซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
# สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 0.08% ปิดที่1274.20 ดอลลาร์/ออนซ์
# สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (22 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ
 
• ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจประกาศสัปดาห์นี้
# ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนพ.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนพ.ค.จากมาร์กิต, ยอดขายบ้านใหม่เดือนเม.ย. และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย.
  
ปัจจัยในประเทศและข่าวหลักทรัพย์
- เศรษฐกิจไทย: การส่งออกของไทย เม.ย.62 ลดลง 2.57% y-o-y
# กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนเม.ย.62 พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 18,555 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.57% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 20,012 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.72% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 1,457 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการส่งออกที่ลดลงเป็นผลจากปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญโดยเฉพาะปัจจัยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมทั้งการค้าโลกและอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าสำคัญชะลอตัวลง
 
- เศรษฐกิจไทย: SCB ประเมินการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้ลดลงกว่าเดิม
# ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2562 มีแนวโน้มขยายตัวที่3.3% ต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ที่ 3.6% เนื่องจากผลกระทบของสงครามการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีต่อภาคการส่งออกสินค้าของไทย ซึ่งมากกว่าที่คาดในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา และยังรวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดด้านสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่กลับมาปะทุอีกครั้ง ส่งผลต่อการส่งออกสินค้าของไทยโดยตรง โดยเฉพาะในส่วนของสินค้าส่งออกของไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานการ ผลิตสินค้าจีนที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ หมวดแผงวงจรไฟฟ้า ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ และเคมีภัณฑ์เป็นต้น
 
- เศรษฐกิจไทย: รองนายกฯ คาดว่าการส่งออกในอนาคตมีโอกาสจะลดลงได้อีก
# นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การส่งออกในเดือนเม.ย.62 ที่ลดลง 2.57% นั้น ในระยะต่อไปยังมีโอกาสที่จะลดลงได้อีก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่ยังยืดเยื้อ ในขณะที่ไทยเองจะต้องเร่งผลักดันเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐที่ปัจจุบันมีโครงสร้างพื้นฐานที่รอการลงทุนอยู่ 7 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาช่วยขับเคลื่อน
 
+/• การเมืองไทย: คาดปลาย พ.ค.62 มีความคืบหน้า
# สถานการณ์การเมืองในประเทศช่วงนี้สถานการณ์ยังไม่นิ่ง โดยคงต้องจับตาดูในช่วงปลายเดือนพ.ค.นี้ หลังจากมีการเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี และความชัดเจนในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
 
+/- การเก็งกำไรหุ้น MSCI ดักหน้า ก่อนมีผล 28 พ.ค.62
# (+) MSCI: เพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นไทยจาก 2.3% สู่ระดับ 2.8% มีผลตั้งแต่ 28 พ.ค.นี้ จับตาเงินเข้า 7.62 หมื่นล้านบาท
# (+) ส่วน SCC และ BDMS ถูกคาดหมายเงินเข้ามากสุดที่ 7.5-8.0 พันล้านบาท และ 5.3-5.7 พันล้านบาท จากการถูกเพิ่มน้ำหนักลงทุน ขณะที่หุ้นใหม่ที่ได้เข้าคำนวณคือ INTUCH, RATCH และ DTAC แต่หุ้นที่เอาออกคือ DELTA
# (+) หุ้น MSCI ขนาดกลาง-เล็ก สำหรับที่ได้รับเข้าคำนวณในรอบนี้คือ และ AEONTS,AAV,BLA,EASTW,PSH,TASCO
# (-) ด้านหุ้น ขนาดกลาง-เล็ก ที่ถูกลดน้ำหนักคือ MC,PRINC,THCOM,TFG,VGI,VIBHA
 
+ ยื่นประมูล AOT : เผย "คิงเพาเวอร์-BA-ROH" ยื่นประมูลดิวตี้ฟรี ,"คิงเพาเวอร์-CPN"ชิงบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์
# AOT เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าได้มีเอกชน จำนวน 3 ราย ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานเพื่อขอรับสิทธิการประกอบกิจการให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) จากที่มีผู้ซื้อเอกสารประกวดราคา 5 ราย ได้แก่ 1.บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 2.กิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ประกอบด้วยบมจ.การบินกรุงเทพ (BA) ถือสัดส่วน 49% บริษัท โฮเต็ล ล็อตเต้ จำกัด สัดส่วน 49% และ บริษัท บางกอกแอร์เวย์โฮลดิ้งจำกัด สัดส่วน 2% และ 3. กิจการร่วมค้า ROH ประกอบด้วย บมจ.โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) (ROH) ถือสัดส่วน36% บริษัท เอ็มไพร์ เอเซียกรุ๊ป จำกัด สัดส่วน 15% และ WDFG UK LIMITED สัดส่วน 49%
# ด้านการประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ ปรากฎว่ามีเอกชน 3 รายเข้ายื่นข้อเสนอการดำเนินงาน ได้แก่ บมจ.คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ จำกัด , บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และบมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) โดยกลุ่มเดอะมอลล์กรุ๊ป ที่ได้เข้าซื้อซองเอกสารก่อนหน้านี้ไม่ได้เข้ายื่นข้อเสนอ
# ผลกระทบ: คาดว่าบจ.ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีโอกาสจะถูกเก็งกำไร ก่อนประกาศผลคือ BA, ROH (มี GRAND ถือหุ้นใหญ่อยู่ 98.48% และผู้ถือหุ้นใหญ่ใน GRAND อีกทอดคือ PF ซึ่งอาจจะถูกเก็งกำไรไปด้วย),CPN และ MINT เป็นต้นแต่เกณฑ์ที่ใช้จะมีความได้เปรียบ-เสียเปรียบคือ วิธีคัดเลือกดิวตี้ฟรี จะให้คะแนนด้านเทคนิค 80 คะแนนด้านราคา 20คะแนน อาจยังทำให้เจ้าเดิมคือ คิงเพาเวอร์ฯได้เปรียบอยู่
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : sombata@th.dbs.com

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!